หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  พระบูชา
  พระเหรียญ
  พระผง
  เครื่องราง
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    ศาลาวัดคูเต่าศาสนสถานรางวัล...ยูเนสโก

    ศาลาวัดคูเต่าศาสนสถานรางวัล...ยูเนสโก

                    ในประเทศไทยมีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมายที่ได้รับการยกย่องจนถูกจัดให้อยู่ในธรรมเนียบมรดกสำคัญระดับนานาชาติชนิดนับไม่ถ้วน และที่สำคัญยังมีอีกมากมายหลายแห่งที่เข้าคิวรอการผลักดันสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ได้รับการบันทึกหรือรับรองจากองค์กรสากลในการประกาศให้โลกได้รับรู้ถึงความมีอารยะและประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมาอันยาวนานของดินแดนแห่งนี้
       
                   จังหวัด “สงขลา” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ความเป็นมาหลายร้อยปี ดังนั้นที่นี่จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองเก่า” ทรงคุณค่าที่เปี่ยมล้นไปด้วยเรื่องราวที่ควรศึกษาและอนุรักษ์ ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมประเพณี รวมถึงมรดกทางศาสนา โดยล่าสุด “ศาลาโบราณสถาน” แห่ง “วัดคูเต่า” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ ๖ ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้รับรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ค.ศ.๒๐๑๑ จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)
       
                  ณ วัดคูเต่า แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในศาสนสถานที่เก่าแก่แห่งหนึ่งใน จ.สงขลา ภายในอาณาบริเวณของวัดประกอบไปด้วยอาคารเสนาสนะต่างๆ อายุรวมได้หลักหลายร้อยปี ซึ่งถือเป็นมรดกตกทอดทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมอันทรงค่า โดยเฉพาะอุโบสถวัดนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร
       
                  ภายในวัดมีถาวรวัตถุเก่าแก่ทั้งอุโบสถกว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๔ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๔๔๖ โครงสร้างก่ออิฐถือปูนและไม้รอบด้วยกำแพงแก้ว มีซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนขาว ยอดเป็นจตุรมุขแกะลายกนก และซุ้มสีมาลายกนก หน้าบันเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และพระพรหมทรงหงส์ มีลายกนกและรูปสัตว์ประกอบ ภายในมีจิตรกรรมรูปพระเวสสันดรชาดก ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๔.๕๐ เมตร ยาว ๒๑.๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐ กุฏิสงฆ์จำนวน ๗ หลัง โครงสร้างเป็นอาคารไม้และตึก อาคารห้องสมุดกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๕ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๒๐ ศาลากว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๕๓ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๔ โครงสร้างคอนกรีตเริมเหล็ก สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานในอุโบสถ ปางสมาธิ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๗
       
                  “พระอธิการมาโนช กตบุญโญ” เจ้าอาวาสวัดคูเต่า บอกว่า การที่วัดได้รับรางวัลนั้นคงต้องยกความดีให้แก่พุทธบริษัทในชุมชนทุกคน เพราะได้ร่วมกันอนุรักษ์สิ่งดีงามที่บรรพบุรุษสร้างไว้เมื่อครั้งอดีตให้อยู่ตกทอดมาจวบจนถึงปัจจุบัน และที่สำคัญเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าศาสนาในโบราณกาล ณ ที่แห่ง นี้รุ่งเรืองเพียงใด ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการสืบทอดให้สัญลักษณ์ทางศาสนาแห่งนี้ให้คงอยู่สืบไปชั่วลูกชั่วหลาน  
             
                  "ทุกสิ่งทุกอย่างที่ยังคงตั้งตระหง่านในชุมชนแห่งนี้ได้เพราะการร่วมแรงร่วมใจของชาวพุทธในพื้นที่ทุกคนที่ยังคงรักษามรดกธรรมของบรรพชนให้คงอยู่ไว้ ดังนั้นรางวัลนี้เป็นความภาคภูมิใจของทุกคน" พระอธิการมาโนช กตบุญโญ กล่าว
       
                  สิ่งที่เจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ปลื้มปีติคือ มีชาวพุทธมากมายเริ่มหันมาให้น้ำหนักและความสำคัญของมรดกทางศาสนา ทำให้วันนี้วัดเริ่มมีคุณค่ามากขึ้น เห็นได้จากการเดินทางเข้ามาศึกษาเรื่องราวรวมถึงประวัติอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นรางวัลที่ได้รับจึงเป็นดั่งสัญญาณที่กระตุกต่อมความสนใจให้แก่พุทธศาสนิกชนหันหน้ากลับมาเข้าวัดมากขึ้นอีกครั้ง ซึ่งล่าสุดชุมชนได้ร่วมกันจัดตลาดนัดแบบย้อนยุคโบราณขึ้นที่วัดในทุกๆ วันพฤหัสบดี เพื่อนำร่องกิจกรรมจูงใจนักท่องเที่ยวและชาวพุทธเข้ามาร่วมภาคภูมิใจ


     “ความภูมิใจแห่งชุมชน”


                  “ชาญวิฑูร สุขสว่าง” รองนายก อบต.แม่ทอม ในฐานะเจ้าของความคิดบูรณะและนำเสนอผลงานกับยูเนสโก กล่าวว่า ประวัติความเป็นมาของวัดคูเต่า เดิมวัดคูเต่าตั้งอยู่หมู่ ๓ ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา และเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ ได้เปลี่ยนมาอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอบางกล่ำ วัดคูเต่าเป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง ตั้งอยู่ริมคลองอู่ตะเภา ก่อนออกสู่ทะเลสาบ ก่อสร้างก่อน พ.ศ.๒๓๙๙ (ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด) โดยพระอุปัชฌาแก้ว และเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๓๙๙ พระอุปัชฌาแก้วมรณภาพเสียก่อน หลังจากนั้นได้หยุดการก่อสร้างไประยะหนึ่ง

                  ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๕ พระอุปัชฌาหนู ได้ทำการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยในอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังพระเวสสันดรชาดก โดยช่างภูมิปัญญาท้องถิ่นในสมัยนั้น และภายในวัดยังมีใบเสมา มณฑปบัว ศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำ หอระฆัง กูมไม้ทรงไทย วัดคูเต่าตั้งอยู่ในพื้นที่ ๑๕ ไร่ ๓ งาน ๑๓ ตารางวา บริจาคโดยนายสร้าง (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งเป็นชาวจีนมาตั้งฐิ่นฐานอยู่ใน ต.คูเต่า ต่อมา พระอุโบสถวัดคูเต่าได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร โดยได้ปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๘
         
                  ชาญวิฑูร ระบุด้วยว่า เดิมต้องการสร้างจิตสำนึกของชุมชนให้หวงแหน และรู้คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน จนนำมาสู่การร่วมแรงร่วมใจในการบูรณะรักษาศาลาเก่าแก่ของวัดแห่งนี้ กอปรกับในห้วงนั้นมีผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอาศรมศิลป์ กรุงเทพฯ เดินทางลงมาในพื้นที่ จึงขอคำปรึกษาในเรื่องการดำเนินการ เนื่องจากเป็นโบราณสถานเก่าแก่มีอายุร้อยปี จึงอยากอนุรักษ์ไว้คู่กับชุมชน กระทั่งได้รับรางวัลจากยูเนสโก ซึ่งคาดว่าจะมีการรับมอบรางวัลประมาณเดือนพฤศภาคม พ.ศ.๒๕๕๕


    • Update : 12/16/2011
    © Copyright 2011 www.watbangwaek.com All rights reserved